ทำป้ายไฟเชียร์ ในคอนเสิร์ต

สำหรับกองเชียร์ที่งบประมาณน้อย แต่ใจรักอยากทำป้ายไฟไปเชียร์คนที่ตนเองชื่นชอบ ครั้นจะไปจ้างทำก็แพงเหลือหลาย ถ้าพอมีฝีมือทางศิลปะอยู่บ้าง ก็แนะนำให้ทำเอง สำหรับวิธีทำจะว่าง่ายก็ไม่ง่าย จะว่ายากก็ไม่ยาก ต้องลองมาดู ถ้าใครดูแล้วพอไหวก็ลุยเลย ขอบอกว่าต้นทุนถูกกว่าสั่งทำเรียกว่าไม่ถึงครึ่งเลย


ก่อนอื่นมาดูอุปกรณ์ที่ต้องใช้ก่อน
1.หัวแร้งสำหรับบัดกรี
2.ตะกั่วบัดกรี
3.น้ำยาบัดกรีเป็นตลับๆ
4.ฟิวเจอร์ บอร์ดสีดำ อย่างบาง2(ด้านหน้าและด้านหลัง) อย่างหนา1(แผ่นกลาง) ถ้าชิ้นใหญ่มากก็ต้องใช้อย่างหนาอีก1แผ่นเสริมด้านหลังเพื่อป้ายจะได้ไม่งอ ง่าย
5.เทปผ้าสีดำขนาด1.50 นิ้ว
6.กระดาษกาว2หน้าชนิดหนา
7.หลอดไฟสีที่ต้องการ
8.กล่องใส่ถ่านตามขนาดของป้ายไฟ ถ้าแผ่นเล็กใช้แค่3-4ก้อน 1 กล่อง ถ้าแผ่นใหญ่ ใช้4ก้อน 2กล่องหรือมากกว่าตามขนาดป้าย ** ถ้าเป็นสีแดงใช้2ก้อนเท่านั้น(เพราะหลอดไฟรับได้แค่ถ่าน2ก้อน ถ้าใช้ขนาด3หรือ4ก้อน หลอดจะขาดแต่ถ้าป้ายใหญ่ใช้สีแดงเยอะ ให้ใช้กล่องละ2ก้อนหลายๆกล่อง)
9.สวิสต์ เปิดปิดป้าย ตามขนาดและจำนวนกล่องใส่ถ่าน
10.สายไฟเล็กๆสำหรับเชื่อมวงจร ใช้สายลำโพงก็ได้ค่ะ ที่มี2เส้นติดกัน ดำ-แดง น่ะค่ะ เอาขนาดเล็กสุด นิ่มๆหน่อย
11.ผ้าปิดจมูกไว้ปิดจมูกเวลาบัดกรีจะได้ไม่ดมตะกั่วเข้าไปมาก
12.ถาดโลหะเล็กๆไว้วางหัวแร้งระหว่างบัดกรี
13.ดินสอดำ EE
14.ยางลบดินสอ
15.ไม้บรรทัดเหล็ก
16. ที่รองตัด
17. คัทเตอร์
18. กรรไกร
ราคาหลอดไฟจะขึ้นอยู่กับสีและจำนวนด้วย ยิ่งเยอะก็ยิ่งถูก(ราคาอาจเปลี่ยนแปลงตามท้องตลาด)
อย่างหลอดสีขาว 5 w จำนวน 1000 ดวง ก็จะราคาดวงละ 1.50 บาท
สีเขียว 1.40 สีแดง 0.80 บาท ชมพู 2.50 น้ำเงิน 0.90 บาท
ต้องลองคำนวนขนาดของป้ายว่าใช้ดวงไฟซักกี่ดวง แล้วคูณดู ส่วนราคาของอื่นๆเช่น ฟิวเจอร์บอร์ด กล่องใส่ถ่าน สวิสต์ ก็ไม่แพงมาก
เช่น กล่องถ่านขนาด4ก้อน 20 บาท สวิสต์ขนาดเล็กก็ตัวละ 7 บาท
ฟิวเจอร์บอร์ดก็ 40 บาท

อุปกรณ์ ที่ต้องใช้ ถ่านที่ใช้ถ้าเป็นป้ายใหญ่ๆ แนะนำถ่านไฟแรงสูง แต่ถ้าเป็นป้ายเล็กๆใช้ก้อนดำก็พอ และไฟสีแดงก็ใช้แค่ก้อนดำพอ ไฟแรงเกินไปหลอดจะขาด



1.อันดับแรก ต้องออกแบบตัวอักษรลงบนกระดาษจนพอใจก่อนว่าต้องการรูปแบบป้ายแบบไหน เมื่อได้แบบที่ต้องการแล้ว ก็นำฟิวเจอร์บอร์ดสีดำชนิดบางมาตัดให้ได้ขนาดที่ต้องการ
2.จากนั้น ก็ใช้ดินสอดำ EE (เพราะจะมองเห็นชัดเจนบนฟิวเจอร์บอร์ดสีดำที่สุด)ตีเส้นขอบเพื่อไว้สำหรับ ติดเทปผ้า ห่างจากขอบประมาณ1นิ้ว จากนั้นตีเส้นบรรทัดที่จะเขียนตัวอักษร ทั้งบนและล่าง ให้ได้ขนาดความสูงของตัวอักษรที่ต้องการ
วัดความยาว ของป้ายและมาคำนวนจำนวนตัวอักษร เพื่อจัดขนาดให้ลงตัวกับความยาว ให้ตีเส้นแบ่งตัวอักษร ว่าแต่ละตัวกว้างเท่าไหร่เว้นช่องไฟระหว่างตัวอักษรเท่าไหร่ จากนั้นจึงเขียนตัวอักษรลงไปด้วยดินสอ ถ้าต้องการลบให้ใช้ยางลบดินสอลบ การคำนวนเพื่อให้มีความสมดุลย์สวยงาม
3.เมื่อได้ป้ายที่เขียนตัวอีก ษรเรียบร้อยแล้ว ก็นำหลอดไฟมาเสียบตามเส้นตัวอักษรที่ออกแบบไว้ ซึ่ง หลอดไฟนี้จะมีลักษณะเป็นหลอดแก้วเล็กๆมีขาเป็นลวด2เส้น สั้นข้างยาวข้าง ซึ่งหมายถึงขั้วบวกและขั้วลบ
การเสียบหลอดไฟต้องให้เหมือนกันทุกดวง คือ หากนำขายาวไว้ด้านนอกขาสั้นไว้ด้านใน (เช่นวงกลม ขายาวไว้นอกสั้นไว้ใน) ก็ต้องทำแบบเดียวกันตลอดทั้งป้าย เพราะขาทั้ง2ข้างจะสัมผัสกันไม่ได้ มิฉะนั้นไฟจะลัดวงจรและไม่ติด (แต่ไม่ช๊อตไม่ต้องกลัวอันตราย)

หลอดไฟส่วนมากถ้าไม่ได้เสียบไฟ สีและรูปร่างหน้าตา จะเหมือนกันหมด ทั้งสีขาว สีน้ำเงิน สีแดง(ยกเว้นบางรุ่นที่หลอดจะสีแดงเลย)  แต่สีชมพูจะแตกต่างคือ มีสีชมพูให้เห็นในหลอดแก้ว
อย่างรูปนี้คือไฟ สีแดง ซึ่งหลอดจะเหมือนกับสีขาวและสีเขียว สีน้ำเงิน เวลาทำจะต้องแยกสีให้ดีอย่าให้ปะปนกัน ถ้าใส่ผิดแล้วต้องรื้อนี่ อ่วมอรทัยแน่ๆ ขอบอก

นี่เป็นหลอดไฟสีชมพู จะสังเกตว่า มีสีชมพูอยู่ในหลอดแก้วด้วย

การเสียบหลอดไฟสำคัญมากๆ ห้ามเสียบให้ขาสั้นกับขายาวสัมผัสกันเด็ดขาด ถ้ามีตัวอักษรไหนที่อยู่ใกล้กันก็ให้ใช้ขาข้างเดียวกันมาชิดกัน และเวลาเสียบห้ามบีบขา2ข้างให้ชิดกันด้วย ให้เสียบลงไปตรงๆขาห่างๆกันเหมือนปกติของมัน เว้นระยะห่างระหว่างหลอดไฟแต่ละดวงก็ควรอยู่ที่ 1 cm ถ้าป้ายเล็กก็ชิดกันมากกว่านี้นิดซัก0.5cm แต่จะทำให้การดัดขาและบัดกรียากขึ้น ห่าง 1 cm จะทำง่ายกว่า แต่ไฟถี่ก็สวยกว่าแน่นอนอยู่แล้ว เอาเป็นว่า ใครมีฝีมือก็ใช้ถี่มากหน่อยก็แล้วกัน
ที่ต้องจำให้ขึ้นใจอีกอย่างก็คือ หลอดไฟสีแดง จะไม่สามารถนำมาใช้ร่วมกับสีอื่นได้ เพราะกินไฟไม่เท่ากัน สีแดงจะทนทานน้อยกว่าสีอื่นใช้ไฟน้อยกว่า คือ ใช้ได้แค่ถ่านธรรมดา 2 ก้อน /กล่องถ่าน หากต้องการให้มีสีแดงและสีอื่นๆในป้าย ต้องแยกสีแดงออกมาเป็นกลุ่มและแยกกล่องถ่านเฉพาะสีแดงต่างหาก ห้ามนำไปรวมกับสีอื่นๆไม่อย่างนั้นไฟจะไม่ติด

4.เมื่อเสียบไฟเรียบร้อยแล้วก็นำมาพับขาหลอดไฟ โดยพับไปทางเดียวกันให้ขาแยกจากกันแล้วดัดขาให้ตรงไปข้างหน้าลักษณะเป็นรูป ตัวU  ให้ขาทับๆกันไปตามแนวโดยขาข้างเดียวกันทับๆกัน ขายาวทับขายาว ขาสั้นทับขาสั้น พับขาลงมาตั้งแต่โคนขาเลยนะ เพื่อให้แบนที่สุดแนบไปกับพื้นฟิวเจอร์บอร์ด ถ้าตัวอักษรโค้งก็ให้ดัดขาโค้งขนานไปกับแนวตัวอักษร

ขั้นตอนการเสียบหลอดไฟ ให้จับตรงขาทั้ง2ข้างด้วยมือเดียว และแทงเข็มลงไปบนฟิวเจอร์บอร์ดสีดำแผ่นบางลงไปตรงๆ พยายามจิ้มลงพื้นที่ระหว่างช่องลูกฟูกเพราะจะเสียบง่ายกว่าเสียบตรงเส้นซึ่ง แข็งกว่า โดยให้ขา2ข้างแยกจากกันแบบนี้

เสียบโดยเอาขายาวไว้ริมนอก เพราะเวลามันโค้งมันจะยาวกว่า อันนี้ทำเป็นตัวอย่างอันเล็กๆเลยเสียบถี่หน่อย โดยเสียบขายาวไว้ด้านนอกเหมือนๆกันทุกดวง

เสียบจนครบแล้วก็พับขา แรกสุดก็แยกขาริมนอกออกก่อนเพื่อกันสับสน

ถ้าตัวอักษรเป็นแบบมีหัวโค้งมน ให้พับขาโดยให้ปลายเข็มชี้ไปทางปลายด้านที่เป็นแนวตรง เพราะแนวตรงจะพับง่ายกว่า พับขาให้เป็นรูปตัว U กดขาให้แบนถึงโคน ไม่ต้องกลัวหัก ถ้าไม่โยกมันบ่อยๆก็ไม่หัก

ตรงส่วน ที่โค้งก็ดัดให้ขนานเป็นแนวโค้งตามตัวอักษร จากนั้นก็นำหัวแร้งมาบัดกรีโดยใช้ตะกั่วที่เป็นเส้นๆสำหรับบัดกรีมาหยดให้ขา เชื่อมกันเป็นแนว ต้องระวังอย่าไปเชื่อมพลาดจนขา2ข้างสัมผัสกัน ให้ขาข้างเดียวกันติดกันเป็นแนวจนครบทุกดวง
การบัดกรีหากหัวแร้ง สกปรกก็จิ้มน้ำยาบัดกรีเป็นตลับ ช่วยได้ อ้อ อย่าลืมเสียบปลั๊กหัวแร้งนะ แล้วใช้ถาดโลหะรองหัวแร้งด้วย เพราะหัวแร้งมันร้อนมาก

ถ้าส่วน ไหนที่ไม่สามารถเชื่อมขาข้างเดียวกันได้เพราะจะทำให้ไปสัมผัสขาอีกข้าง ก็ตัดไว้แค่นั้นพับขาย้อนกลับมาเพื่อไม่ให้เกะกะ ไว้ค่อยใช้สายไฟเชื่อมทีหลัง ทำแยกเป็นชุดๆ จนครบทุกตัวอักษร

ในแต่ละชุดที่ทำ ให้เชคหลอดไฟทุกตัวอักษรโดยใช้กล่องถ่านที่ใส่ถ่านไว้แล้ว นำสายไฟสีแดงมาแตะขายาว และนำสายไฟสีดำมาแตะกับขาสั้น ถ้าไม่มีปัญหาอะไร ไฟก็จะติดครบทุกดวง ถ้าหากไฟติดไม่ครบ ให้ตรวจดูว่ามีขาไหนหลวมหรือหลุดรึเปล่า ถ้าหลุดก็ซ่อมจนแน่นดี ทดสอบจนแน่ใจว่าไฟทำงานก็ ไปบัดกรีตัวอักษรต่อไป

เมื่อบัดกรีครบทุกตัวอักษร ก็ใช้สายไฟเส้นเล็กๆนิ่มๆ มาปอกปลายทั้ง2ข้างให้เส้นลวดออกมายาวซัก1 cm แล้วนำเส้นลวดมาเชื่อมกับขาข้างใดข้างหนึ่งทีละข้าง เส้นละ1ข้าง เพื่อกันสับสนให้ใช้เส้นสีแดงเชื่อมกับขายาว สีดำกับขาสั้น และนำไปเชื่อมกับขาข้างเดียวกันของตัวอักษรถัดไป เพื่อให้กระแสไฟส่งผ่านไปถึงตัวอักษรถัดไป ทำจนครบทุกชุด เมื่อนำมาทดสอบกับกล่องถ่านไฟจะติดครบทุกดวง

เมื่อตัวอักษรติดไฟครบทุกดวงแล้ว ก็นำสายไฟยาวประมาณ5cm มาเชื่อมกับ หลอดไฟ โดยเส้นสีแดงเชื่อมกับขายาว เส้นสีดำเชื่อมกับขาสั้น จากนั้นก็นำฟิวเจอร์บอร์ดแผ่นหนามาเจาะรู โดยใช้หัวแร้งจิ้มให้ทะลุแล้วเอาสายไฟสอดผ่านรูที่เจาะทั้ง2เส้น ติดฟิวเจอร์บอร์ดแผ่นหนาเข้ากับแผ่นบางที่เสียบหลอดไฟด้วยเทป2หน้าชนิดหนา จากนั้นก็นำสายไฟสีแดงมาต่อกับสวิชต์ โดยนำมาเชื่อมกับขั้วโลหะ1ข้าง และนำสายไฟสีแดงจากกล่องถ่านมาเชื่อมกับขั้วโลหะอีกข้าง (สวิชต์จะมีขั้ว2ข้าง) ใช้สีแดงเท่านั้น
ส่วนสีดำให้นำสายไฟสีดำจากกล่องถ่าน เชื่อมเข้ากับสายไฟที่เชื่อมกับหลอดไฟไว้แล้วได้เลยโดยไม่ต้องผ่านสวิชต์



เมื่อเชื่อมครบทุกจุดก็ให้ทดสอบด้วยการเปิดสวิชท์ ถ้าไฟติดก็เป็นอันใช้ได้ (อย่าลืมใส่ถ่านด้วย)
นำ กล่องถ่านติดเข้ากับแผ่นหนาด้วยเทป2หน้าอย่างหนาจนแน่นดี เจาะแผ่นหนาเป็นรู4เหลี่ยมขนาดเท่าสวิชต์ และฝังสวิชท์ลงไป นำเทปผ้าสีดำมาติดสายไฟที่รุงรังให้เรียบร้อยแนบไปกับแผ่นหลัง
จาก นั้นนำฟิวเจอร์บอร์ดแผ่นบางมาเจาะเป็นช่อง4เหลี่ยมขนาดเท่ากล่องถ่านและ สวิชท์ สวมทับลงไปและติดเทป2หน้าให้แน่นหนา จากนั้นนำเทปผ้าสีดำมาติดรอบขอบทั้ง4ด้านโดยให้ติดทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
ก็เป็นอันเรียบร้อย
ใครไม่เข้าใจตรงไหนถามได้

เพิ่มเติมรูป เมื่อติดสวิชท์เข้ากับกล่องถ่านแล้ว ก็ติดกล่องถ่านกับพื้นหลัง เก็บสายไฟให้เรียบร้อยด้วยเทปผ้าสีดำ จากนั้นก็เอาแผ่นบางมาเจาะเป็นช่องเท่ากล่องถ่านและสวิชท์ สวมทับลงไปบนแผ่นหลัง ติดเทปดำรอบๆก็เป็นอันเสร็จ

คราวนี้ ก็เอาไปประยุค ทำกันได้ ล่ะ

 

ขอขอบคุณ ลั้ลลาวิลล่า

3 comments

  1. คือว่า อยากได้ป้ายไฟ สำเร็จรูป คำว่า Happy New Year มีตัวอย่างให้ดูบ้างมั้ยค่ะ ไม่มีไอเดียออกแบบเลย ราคาเท่าไหร่ค่ะ

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น