Evoke เราเกิดมาทำมัย ?

เคยสงสัยไหมครับว่าตายแล้วไปไหน? เราเกิดมาทำมัย? ชีวิตคืออะไร? สำหรับผมแล้ว เป็นคำถามที่พอนึกถึงที่ไร จะเครียดจนนอนไม่หลับทุกที คำถามนี้เริ่มคิดตั้งแต่อยู่ ป.1 บางคนบอกว่า ถ้าทำดีได้ขึ้นสวรรค์ ทำชั่วก็ตกนรกไป ชาติหน้าชาติก่อนมีจริงไหม? หรือ บางคนเชื่อในพระเจ้า พระเจ้ามีจริงเหรอ? แล้วพระเจ้ามาจากไหน?(ดาวนาแม็ก) ทำมัยต้องมีพระเจ้าหละ?(ถ้าไม่มีพระเจ้าก็ไม่มีดราก้อนบอล) ดาวดวงอื่นมีพระเจ้าไหม? โลกเราเท่านั้นเหรอมีพระเจ้า? วิญญาณมีจริงไหม? มันจะมีคำถามตามมาไม่หยุด  ทำมัยผมไม่เชื่อในเรื่องพวกนี้หนะเหรอ มันมีเหตุผลแบบนี้ครับ

เริ่มจากเรามารู้จักโลกของเราก่อนแล้วกัน(เอาแบบย่อๆนะ) โลกเป็นดาวเคราะห์ดวงที่ 3 ของระบสุริยะ โดยมีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง โลกมีมวล 5,974,200,000,000,000,000,000,000 ก.ก. เส้นผ่านศูนย์กลาง 12,756.28 ก.ม โลกไม่ได้มีรูปร่างกลมโดยสิ้นเชิง เส้นรอบวงที่เส้นศูนย์สูตรยาว 40,077 ก.ม. และที่ขั่วโลกยาว 40,009 ก.ม. ถ้าเรานั่งเครื่องบิน บินรอบโลกจะใช้เวลา 50 ช.ม. โลกห่างจากดวงอาทิตย์ 149,597,890 กม. เครื่องบินที่บินเร็วที่สุดในใลก มีความเร็ว 9.8 mach (mach คือจำนวนเท่าของความเร็วเสียง ความเร็วเสียงเท่ากับ 344 ม./วิ หรือ 1,238 ก.ม./ช.ม.) ฉะนั้น 9.8 mach = 12,132.4 ก.ม./ช.ม. ถ้าเราจะเดินทางไปดวงอาทิตย์โดยใช้เครื่องบินลำนี้จะใช้เวลา 514 วัน ส่วนยานอาวกาศที่บินเร็วที่สุด บินด้วยความเร็วเท่ากับ 227.3 mach = 281,397.4 ก.ม./ช.ม. จะใช้เวลาบินไปดวงอาทิตย์ 22 วัน แต่ถ้าอยากนั่งรถเมล์วิ่งชิวๆไป (80 ก.ม./ช.ม.) จะใช้เวลา 213.5 ปี (ต้องนั่งสองชาติกว่า) ที่ผมเอาตัวเลขเหล่านี้ขึ้นมา ก็เพราะว่าอยากให้จินตนาการถึงความใหญ่โตของโลกเรา อ่านเรื่องนี้ต้องใช้จินตนาการเยอะๆครับ เหอะ เหอะ ชมภาพตัวอย่างข้างล่างดีกว่า

ปล.อยากให้จำตัวเลขที่กล่าวมาทั้งหมดด้วย ถ้ายังจำไม่ได้ กลับไปอ่านใหม่ซะ

เฮ้ย! ใครใหญ่ให้มันรู้บ้าง

แต่พี่โลกของเรายังต้องหลบไป เมื่อมาเจอพี่ใหญ่อย่างดาวพฤหัส (Jupiter) ซึ่งเป็นดาวเคราะห์ที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะของเรา โดยมีเส้นผ่านศูนย์กลางเป็น 11.2 เท่าของโลก (142,870 ก.ม.) มีมวลมากกว่าโลก 318 เท่า ถ้าดาวพฤหัสกรวง จะจุโลกได้ 1,430 ดวง เอามาดูภาพกันเลย

พี่โลกจ๋อยไปเลย เย้ว เย้ว

ต่อไปก็ป๊ะป๋าดวงอาทิตย์ ป๊ะป๋าดวงอาทิตย์มีมวล1,989,000,000,000,000,000,000,000,000,000 ก.ก. หรือ 332,942 เท่าของโลก ป๊ะป๋าดวงอาทิตย์เป็นดาวฤกษ์ขนาดเล็ก(นี่เล็กแล้วนะ) มีขนาดโตกว่าโลกมาก มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 109 เท่าของโลก (1,390,434 ก.ม.) เส้นรอบวง 4,368,178 ก.ม. ถ้าอยากนั่งตุ๊กตุ๊กเล่นรอบป๊ะป๋าดวงอาทิตย์ ต้องใช้เวลา 2,275 วัน ป๊ะป๋าดวงอาทิตย์มีอายุประมาณ 5,000 ล้านปี ถือเป็นช่วงกลางของชีวิต ข่าวร้ายคือ ป๊ะป๋าดวงอาทิตย์จะมีชีวิตอยู่ได้อีกประมาณ 5,000 ล้านปี ป๊ะป๋าดวงอาทิตย์จะจบชีวิตด้วยการขยายตัว(จะกลื่นดาวทุกดวงในระบบสุริยะ โลกเราก็ไม่เหลือ) แต่จะไม่ระเบิด เพราะแรงโน้มถ่วงมีมากกว่าแรงดัน ในที่สุดจะหดตัวลงกลายเป็นดาวแคระขาว (ถ้าชาติหน้ามีจริงคงเกิดได้อีกแค่ 50 ล้านชาติเอง อิ อิ)

ลูกๆ เมื่อมาเทียบกับ ป๊ะป๋าดวงอาทิตย์

แต่ถ้าเอาป๊ะป๋าดวงอาทิตย์ของเรา มาเทียบกับ Sirius ซึ่งเป็นดาวฤกษ์สีขาว ที่สว่างที่สุดในเวลากลางคืน ป๊ะป๋าดวงอาทิตย์ของเราก็จะกลายเป็นแค่เด็กไป และเมื่อเทียบกับดาวยักษ์แดงอย่าง โครตป๊ะป๋า Arcturus ซึ่งเป็นดาวที่สว่างที่สุดในหมู่ดาว Bootes และเป็นดาวที่สว่างเป็นอันดับ 3 บนท้องฟ้ายามค่ำคืน (อันดับ 1 คือ Sirius อันดับ 2 คือ Canapus) ป๊ะป๋าดวงอาทิตย์ก็จะมีขนาดแค่หัวแม่เท้าของโครตป๊ะป๋า Arcturus

ดาวพฤหัสมีขนาดแค่ 1 pixel ของหน้าจอ ส่วนโลกเราไม่ต้องพูดถึง เอาแว่นขยายส่องก็ไม่เห็น

และเมื่อโครตป๊ะป๋า Arcturus มาพบกับ Rigel ซึ่งเป็นดาวฤกษ์ที่สว่างที่สุดในหมู่ดาว Orion และเป็นดาวที่สว่างที่สุดเป็นอันดับ 7 บนท้องฟ้า หรือ Aldebaran ซึ่งเป็นดาวฤกษ์ที่สว่างที่สุดในหมู่ดาว Taurus โครตป๊ะป๋า Arcturus ก็เป็นได้แค่เด็กเพิ่งตั้งไข่ แต่ทั้ง Regel และ Aldebran เมื่อมาเจอโครตป๊ะป๋าม่าม๊าอย่าง Betelgeuse ซึ่งเป็นดาวยักษ์แดงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดดวงหนึ่งเท่าที่มนุษย์ทราบ ขนาดอยู่ไกลจากโลกตั้ง 427 ปีแสง ก็ยังเป็นดาวที่สว่างเป็นอันดับ 9 บนท้องฟ้า แต่ทั้งหมดต้องหลีกทางให้ เมื่อมาเจอกับ ซุปเปอร์อากงอย่าง Antares ซึ่งเป็นดาวที่สว่างที่สุดในหมู่ดาว Scorpius ที่แม้จะอยู่ห่างจากโลก 600 ปีแสง ก็ยังเป็นหนึ่งในดาวที่สว่างที่สุดบนท้องฟ้าได้ (เพราะความสว่างของ Antares ก็แค่ 65,000 เท่าของป๊ะป๋าดวงอาทิตย์ เอ๊ง)

ในสเกลนี้ป๊ะป๋าดวงอาทิตย์ของหมู่เฮา ก็มีขนาดได้แค่ 1 pixel ส่วนพี่ใหญ่ดาวพฤหัส มองไม่เห็นไปซะแล้ว

เขียนไปเขียนมายาวชิบหาย ยังไม่เข้าเรื่องเลย คืองี้ครับ จะเห็นว่าโลกของเรานั้นช่างเล็กซะเหลือเกิน มนุษย์ยึดติดกับการมีอยู่ของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพระเจ้าผู้สร้างโลก(แน่จริงสร้าง ซุปเปอร์อากง Antares ด้วยสิ) สร้างมนุษย์ หรือแม้แต่ นรก สวรรค์ การกลับชาติมาเกิด หรือแม้แต่เรื่องของวิญญาณ สิ่งต่างๆเหล่านี้ จิตของมนุษย์ล้วนปรุงแต่งขึ้นเองทั้งสิ้น

แล้วชีวิตเกิดขึ้นมาได้อย่างไร ง่ายมาก มันเป็นแค่ความน่าจะเป็น (Probability) ของจักวาลเท่านั้น (เรื่องความน่าจะเป็นเรียนตอน ม.6 จำได้ไหม) ทอยลูกเต๋าหนึ่งครั้ง ควมน่าจะเป็นที่จะออก 1 ก็คือ 1/6 หรือ โอกาสที่เราจะถูกล๊อตเตอรี่รางวัลที่ 1 คือ 1 ใน 10 ล้าน ถ้าเราซื้อใบเดียว แต่ถ้าเราซื้อหลายใบโอกาสถูกก็มากขึ้น  แล้วความน่าจะเป็นของจักวาลมันเป็นยังไงเหรอ กำลังจะเล่าต่อไปนี่แหละครับ (ยาวแน่)

ว่ากันว่าแสงเดินทางได้เร็วที่สุดในจักวาล แสงมีความเร็วประมาณ 186,000 ไมย์ต่อวินาที หรือ 300,000 กิโลเมตรต่อวินาที เร็วขนาดที่ว่า ในหนึ่งวินาทีอาเฮียแกวนรอบโลกได้ตั้ง 7 รอบโลกครึ่ง แสงใช้เวลาเดินทางจากป๊ะป๋าดวงอาทิตย์มายังโลกแค่ 8.30 นาที หรือ 498 วินาที ฉะนั้นป๊ะป๋าดวงอาทิตย์ที่เราเห็นอยู่ในปัจจุบัน (ถ้าใครบ้าไปยืนจ้องนะ) ก็คือป๊ะป๋าดวงอาทิตย์เมื่อ 8 นาที ที่แล้วนั่นเอง

ต่อไปจะอธิบายคำว่าปีแสง ปีแสงก็คือ หน่วยของระยะทางในทางดาราศาตร์(ไม่ใช่โหราศาสตร์) 1 ปี แสงคือระยะทางที่แสงเดินทางใน 1 ปี มีค่าประมาณ 9,460,730,472,580 ก.ม.(9.5 ล้านล้านกิโลเมตรนู้น)

Galaxy หมายถึงอณาจักรของดาว กาแล็กซี่มีขนาดเล็กใหญ่ต่างกัน กาแล็กซี่ที่เล็กที่สุดมีดาวเพียง 100,000 ดวง ส่วนกาแล็กซี่ที่ใหญ่ที่สุดมีดาวมากถึง 3 ล้านล้านดวง กาแล็กซี่ของเรามีชื่อว่า “กาแล็กซี่ทางช้างเผือก” (The Milky Way Galaxy) มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 100,000 ปีแสง หนาประมาณ 10,000 ปีแสง เป็นอนาจักรของดาวประมาณ 1 พันล้านดวง ถ้าเรานั่งจรวดที่เร็วที่สุดในโลกผ่าน จะต้องใช้เวลา 375,247,274 ปี (ต้องไปเกิดใหม่อีก 3 ล้านกว่าชาติ)

The Milky Way Galaxy

นี่คือหน้าตาของจังหวัดทางช้างเผือกของเรา (ตอนนี้กำลังเลือกตั้ง ส.ส.อยู่)

และในส่วนของกาแล็กซี่นี่เอง ก็ไม่ได้กระจัดกระจายอยู่ แต่จะรวมกันเป็นกลุ่ม (Group หรือ Cluster) อาจมีเพียงไม่กี่สิบ เช่น ในกรณีจังหวัดทางช้างเผือกของเรา กับหลายๆกาแล็กซี่ในระแวกใกล้เคียง(จังหวัดใกล้เคียง) จังหวัดทางช้างเผือกของเรา เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มกาแล็กซี่ที่เรียกว่า Local Group(ประเทศ) มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3,260,000 ปีแสง หรือ 30,841,981,340,000,000,000 ก.ม. (30.84 ล้านล้านล้าน) เห็นตัวเลขแล้วหนาวเลย (ไม่รู้คูณถูกป่าว) และอีกเช่นเคย ถ้าเรานั่งจรวดที่เร็วที่สุดในโลก(ลำเดิม)ผ่าน จะต้องใช้เวลา 12,511,750,730 ปี (โอ้ว! พระเจ้าจอร์จ)

The Local Group

จังหวัดทางช้างเผือกของเราตั้งอยู่ในประเทศ Local Group นี้นี่เอง

เลยออกไปนอก ประเทศ Local Group ของเรา ก็จะเป็นกาแล็กซี่กลุ่มอื่นๆ(ประเทศอื่น) และเมื่อกลุ่มของกาแล็กซี่หลายๆกลุ่มกาแล็กซี่มารวมกันจะเรียกว่า Supercluster(ทวีป) และ ประเทศ Local Group ของเราอยู่ใน Supercluster ที่เรียกว่า ทวีป Local Supercluster หรือบางครั้งเรียกว่า ทวีป Virgo Supercluster ซึ่งประกอบด้วยกว่า 20 กลุ่มกาแล็กซี่(ประเทศ) ในอาณาบริเวณกว้างประมาณ 1,233,679,254,000,000,000,000 ก.ม.(1,233 ล้านล้านล้าน) และเช่นเคย  ลองเอาจรวดของเราไปวิ่งเล่นๆดู ก็จะพบว่าต้องใช้เวลา 500,470,029,500 ปี (ต่อให้เง็กเซียนฮองเต้ก็อยู่ไม่ถึง)

ประเทศใกล้เคียง กับประเทศ Local Group ของเรา

ทวีป Virgo Supercluster

Supercluster ส่วนใหญ่จะเรียงตัวเป็นแนวยาว เชื่อมกับ Supercluster อื่น จนดูคล้ายกำแพงใหญ่ (Great Wall) Great Wall หนาหลายสิบล้านปีแสง กว้างยาวหลายพันล้านปีแสง Void คือช่องว่างๆระหว่างแนวกำแพง จะพบกาแล็กซี่อยู่น้อยมาก บางช่องกว้างกว่าร้อยล้านปีแสง

Supercluster เพื่อนบ้าน (ทวีปใกล้เคียง)

Sheets and Voids

ต่อไปนี้จะแสดงแผนที่จักวาล แผนที่นี้พยายามที่จะแสดงจักรวาลทั้งหมดเท่าที่เห็นได้ในรัศมี 15,000,000,000 ปีแสง (หมื่นห้าพันล้านปีแสง) หรือ 141,910,957,100,000,000,000,000 ก.ม. (1.42 แสนล้านล้านล้าน) ขนาดจริงของจักรวาลจะใหญ่กว่านี้ คาดว่ามีจำนวนกาแล็กซี่ ประมาณ 1,000,000,000,000 กาแล็กซี่ (1 ล้านล้าน) และมีจำนวนดาวอยู่ 2,000,000,000,000,000,000,000 ดวง (2 พันล้านล้านล้าน) จรวดไม่ต้องวิ่งแล้ว ขี้เกียจคิด

จะเห็นว่า Virgo Supercluster อยู่ตรงกลาง เพราะเราส่องจากตรงนั้น แต่จริงๆแล้วจักรวาลใหญ่กว่านี้

โม้ซะยาว นี่แหละคือความน่าจะเป็นของจักวาล จักวาลใหญ่เหนือกว่าจินตนาการของมนุษย์จะไปถึง (Prob มหาศาล)  มีดาวเป็นแสนๆล้านๆอะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น ถ้าลองใช้จินตนาการดู (บอกแล้ว อ่านเรื่องนี้ต้องใช้จินตนาการเยอะๆ “จินตนาการอยู่เหนือความรู้” โดย อัลเบิรต์ ไอสไตน์) ความน่าจะเป็นที่ดาวบางดวงมีก๊าซที่มีชีวิต ของแข็งหรือของเหลวมีชีวิต ตดมีชีวิต ไม่ใช้อ๊อกซิเจน ไม่ต้องกินข้าว แต่ดูดพลังจากรังสีแกรมม่ามาเป็นพลังงาน หรือสิ่งมีชีวิตบ้าพลังปล่อยแสงพ่นไฟ พอมองดวงจันทย์แล้วแปลงร่างเป็นคิงคองยักษ์ เที่ยวไปไล่ทำลายดาวของชาวบ้านเค้า แล้วแต่ใครจะจินตนาการไป ถ้าพระเจ้ามีจริง คงปวดหัวตายห่าเลย หรือถ้าวิญญาณมีจริง เราอาจจได้เห็นวิญญาณของตดกัน

เป็นไงครับพอจะนึกภาพออกไหม(ถ้าไม่ออก เดี๋ยวจะเล่าต่อคอยดู) ที่นี้เราลองมาจินตนาการถึงจุดจบของจักวาลดูสิ (ทุกสิ่งไม่จีรัง) หากชาติหน้ามีจริงบังเอิญเราไปเกิดตอนนั้นพอดีหละ แต่ไปเกิดที่ดาวดวงอื่นนะ เพราะตอนนั้นโลกคงไม่เหลือแล้ว (ไปเกิดเป็นตด) ถ้าพระเจ้ามีจริง ตอนนั้นพระเจ้าจะไปอยู่ไหน แล้วพระเจ้าจะอยู่ไปเรื่อยๆเหรอ อยู่ไปเพื่ออะไรหละ แล้ววิญญาณหละ จะตามไปอยู่ด้วยหรือเปล่า อยู่ไปเพื่ออะไร ไม่เบื่อหรือไง ถ้าตดตายไป วิญญาณของตดจะตามไปอยู่ด้วยใช่ไหม แบบนี้เป็นต้น มาคิดดูแล้วมันช่างไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย

คนเราต้องตายทุกคน เมื่อตายไปแล้วก็กลายเป็นธุลี กลับคืนสู่ธรรมชาติ เป็นไปตามกระแสของจักวาล ไม่มีชาติหน้า ไม่มีนรกสวรรค์ ไม่มีพระเจ้า ไม่มีวิญญาณ มีแต่ความว่างเปล่าเกินกวาที่มนุษย์เราจะจินตนาการไปถึง นี่คือสิ่งที่ผมคิดมาโดยตลอด ถึงแม้ว่าเรื่องที่เล่ามาทั้งหมดนี้ จะเป็นแค่ส่วนหนึ่งในความคิดของผม แต่ผมก็หวังว่าอาจจะมีประโยชณ์บ้าง สำหรับบางคน

เมื่อเราอยู่บนดาวพฤหัส เราคงจะรู้สึกว่าโลกช่างเงียบเหลือเกิน แต่ก็ยังพอเห็นกิจกรรมต่างๆบนโลกบ้าง
เมื่อเราอยู่บนดวงอาทิตย์ เราคงจะรู้สึกว่าโลกก็เป็นได้แค่ก้อนกลมๆสีสวยๆอันหนึ่ง
เมื่อเราอยู่บน Arcturus เราก็จะไม่เห็นโลกอยู่ในสายตาอีกต่อไป
เมื่อเราอยู่บน Antares เราก็จะไม่คิดหรอกว่ามีโลกใบนี้อยู่

เมื่อไหร่ที่เรารู้สึกว่าชีวิตมันหนักหนา หรือตัวเองสำคัญเหลือเกิน ให้ลองไปยืนอยู่บน Antares แล้วมองกลับมา แล้วเราก็จะพบว่า ความสำคัญที่เราถืออยู่บนโลก เราจะมองไม่เห็นมันอีกเลย

4 comments

  1. เป็นเว็ป ที่ดีมากๆเลยครับ ให้ความรู้เรื่องเอกภพ และอธิบายได้อย่างกระจ่างแจ้งมากๆ เลย ผมเลยขออนุญาติ ก็อบลงไว้ในโน๊ตบุค เอาไว้สอนเด็กๆด้วย
    แต่เวลาก็อบ ผมต้องแยกเป็นสองส่วน
    รูปภาพ คลิกที่ Copy และนำไปวางไว้ในโพรเดอร์
    ตัวหนังสือ ก็อบลงไปไว้ใน เอ็กเซล (แต่ว่าต้องไปแต่งตัวอักษรใหม่ เพราะตัวอักษรจะไปกระจุกตัวอยู่ในเซลเดียว)
    ก็อบไปทั้งหมดทั้งเว็ป ทำไม่ได้ ทำไม่เป็น ช่วยสอนหน่อยซิครับ

  2. ในอันเล็กมีอันใหญ่ ในอันใหญ่ มีอันเล็ก ไม่มีต้นไม่มีปลายไม่มีอะไรเล็กยิ่งกว่า ไม่มีอะไรใหญ่ยิ่งกว่า ครอบคลุมทุกสรรพสิ่งนี่คือธรรมะ ในตัวเราคือจักรวาลเล็กๆ นอกตัวเราคือจักรวาลใหญ่ ถ้ารู้จักจักรวาลในตัวเราอย่างแท้จริงเท่ากับรู้จักรวาลเล็กก็จะทะลุจักรวาลใหญ่ ไม่ต้องวิ่งหาภายนอก แต่ย้อนเข้าสู่ภายในตนสามารถรู้จริงได้ในทุกสรรพสิ่ง แสวงหาธรรมภายนอกเรียกว่ามิจฉาธรรม แสวงหาธรรมภายในเรียกว่าสัมมาธรรม เราอาศัยธรรมภายนอกเป็นกระจกสะท้อนกลับมาในตนเพื่อพิจารณากายในกายนี้จึึงเกิดปัญญา รู้แจ้งเห็นจริง

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น