งานแต่งคาทอลิค

พระเยซูเจ้าทรงตั้งศีลสมรสเมื่อพระองค์ตรัสว่า “ชายจะละบิดามารดาไปสนิทอยู่กับภรรยาของตน และชายหญิงจะเป็นเนื้อเดียวกัน” (มัทธิว 19:5)

การแต่งงานเป็นศีลศักดิ์สิทธิ์ เพราะว่า เป็นเครื่องหมายแห่งความรักระหว่างพระคริสต์และพระศาสนจักร พระคัมภีร์กล่าวว่า “ชายจะละบิดามาดาไปผูกพันอยู่กับภรรยา และทั้งสองจะเป็นเนื้อเดียวกัน ธรรมล้ำลึกประการนี้ยิ่งใหญ่นัก ข้าพเจ้าหมายถึงพระคริสตเจ้ากับพระศาสนจักร” (เอเฟซัส 5:31-32)

การแต่งงานเป็นพันธสัญญาแห่งความรักระหว่างชายคนหนึ่งกับหญิงอีกคนหนึ่ง ซึ่งมีพันธะสามประการ คือ ความเป็นหนึ่งเดียว หย่าร้างไม่ได้ และการให้กำเนิดบุตร
ความเป็นหนึ่งเดียว หมายความว่า เราไม่สามารถแต่งงานกับคนอื่น ๆ ในเวลาเดียวกันได้ ตามที่พระเจ้าตรัสว่า “ชายจึงจากบิดามารดาของตน ไปผูกพันอยู่กับภรรยา และเขาทั้งสองจะเป็นเนื้อเดียวกัน” (ปฐมกาล 2:24)

หย่าร้างไม่ได้ หมาย ความว่า เราไม่สามารถหย่าร้างจากคู่ครองของเรา ตามที่พระเยซูเจ้าตรัสว่า “เราบอกท่านทั้งหลายว่า ผู้ใด หย่าร้างภรรยาและแต่งงานกับอีกคนหนึ่ง เขาก็ทำผิดประเวณี” (มัทธิว 19:9) พระศาสนจักรไม่สามารถลบล้างการแต่งงานที่ถูกต้องได้ แต่สามารถประกาศว่าการแต่งงานนั้นไม่สมบูรณ์ตั้งแต่เริ่มแรก การแต่งงานที่ถูกต้องจะยุติลงต่อเมื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดตาย

คาทอลิกไม่มีอนุญาตให้มีการหย่าร้าง แต่ อนุญาตให้แยกกันอยู่ชั่วคราว ในกรณีที่มีเหตุผลร้ายแรง และเมื่อปัญหาได้ยุติลงให้ทั้งสองกลับมาคืนดีกันอีก บุคคลที่จำเป็นต้องหย่าร้างหรือแยกกันอยู่จะต้องอยู่คนเดียว ถ้าอยู่กับคนอื่นแบบสามีภรรยา หรือไปแต่งงานใหม่ตามกฎหมายบ้านเมืองจะถือว่าทำบาปผิดประเวณี ซึ่งจะทำให้ผู้นั้นเข้ามารับศีลมหาสนิท หรือรับการอภัยบาปไม่ได้ จนกว่าจะแยกออกจากคู่ใหม่ของตนเอง

การให้กำเนิดบุตร หมาย ความว่า เราต้องยินดีรับบุตรที่จะเกิดขึ้น เราต้องยอมรับบุตรทุกคนที่จะเกิดมา เพราะพระเจ้าทรงประทานให้เรา และนำพวกเขาให้มีความเชื่อตามแบบของคริสตชน ถ้าเราจำกัดจำนวนบุตรด้วยการคุมกำเนินแบอื่นๆ ที่ไม่ใช่วิธีธรรมชาติ เราก็ขัดขวางจุดประสงค์ของการแต่งงาน ตามที่พระเจ้าตรัสว่า “จงมีลูกดกทวีมากขึ้น จนเต็มแผ่นดิน จงมีอำนาจเหนือแผ่นดิน” (ปฐมกาล 1:28)

5991_13
ลูกเป็นของขวัญจากพระเจ้า ที่จะให้ความยินดีและความสุขแก่เรา ตามที่พระคัมภีร์กล่าวว่า “บุตรทั้งหลายเป็นมรดกจากพระเจ้า ผลิตผลของครรภ์เป็นรางวัล” (สดุดี 127:3)

เกิดพันธะที่ถาวรและเฉพาะบุคคล สามีและภรรยาจะเป็นหนึ่งเดียวกันตลอดไป ไม่สามารถหย่าร้างไม่ว่าด้วยเหตุผลใด การแต่งงานจะถือว่าสิ้นสุดก็ต่อเมื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดตายจากไป การแต่งงานยังมีพันธะเฉพาะบุคคล เพราะเราไม่สามารถแต่งงานกับคนอื่น ๆ อีกได้ ในเวลาเดียวกัน ได้รับพระหรรษทานเฉพาะศีล พระหรรษทานเฉพาะศีลสมรสก็คือ พระพรที่ช่วยทำให้ความรักระหว่างสามีและภรรยาเข้มแข็งขึ้น และช่วยให้สามีและภรรยาช่วยกันแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตสมรส การสมรสยืนอยู่ภายใต้หลักการสองประการ คือ ความรักของคู่สมรสด้วยกัน และพระหรรษทานของพระเจ้า หากปราศจากพระหรรษทานของพระเจ้า ครอบครัวและการแต่งงานจะล้มเหลว เมื่อเกิดปัญหาขึ้นแม้เพียงครั้งแรกเท่านั้น

 

ศาสนบริกร

ศาสนบริกรหรือผู้ประกอบพิธีสมรสได้แก่คู่บ่าวสาวนั้นเอง พระสงฆ์เป็นแต่พยานในฝ่ายของพระศาสนจักร พระสังฆราชและพระสงฆ์เจ้าอาวาสสามารถช่วยการแต่งงานได้เฉพาะในเขตปกครองของ ตนเองเท่านั้น พระสงฆ์และสังฆานุกรสามารถช่วยการแต่งงานในกรณีที่ได้รับอนุญาตจากพระ สังฆราช หรือพระสงฆ์เจ้าอาวาสเท่านั้น
ใครคือผู้ที่สามารถเข้ารับศีลสมรส
คาทอลิกทุกคนที่ไม่มีข้อขัดขวางสามารถเข้ารับศีลสมรส ๆ ได้ ข้อขัดขวางต่าง ๆ ทำให้การแต่งงานไม่เป็นผล ซึ่งอยู่ในกรณีต่าง ๆ เหล่านี้
– จากพ่อแม่เดียวกันหรือลูกเลี้ยง หรือ ระหว่างพี่น้องชั้นที่หนึ่ง
– ผู้ที่รับศีลบวช ได้แก่ บรรดาสังฆานุกร พระสงฆ์ หรือพระสังฆราช
– นักบวชที่ถวายตัวตลอดชีวิตทั้งนักบวชชายและหญิง
– ผู้ที่เข้าพิธีศีลสมรสมาแล้ว และคู่ครองของเขายังมีชีวิตอยู่
– ผู้ที่แต่งงานตามกฎหมายบ้านเมือง หรือมีพันธะจากการแต่งงานตามธรรมชาติ
– การแต่งงานเพราะถูกบังคับ
– การหลงผิด เกิดความเข้าใจผิดทำให้แต่งงานผิดคน
– หลอกลวง เป็นการโกหกหรือปกปิดสถานะภาพแท้จริงของตนเอง
– อาชญากรรม การฆ่าคู่ครองเก่าเพื่อแต่งงานใหม่
– อายุ ไม่ถึง 18 ปีบริบูรณ์ทั้งชายและหญิง
– การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศถาวร สำหรับบุคคลที่ปกปิดความเสื่อมสมรรถภาพทางเพศของตนไว้ แต่ถ้าพบว่าตนเองเสื่อมสมรรถภาพหลังจากการเข้าพิธีศีลสมรส ถือว่าการแต่งงานนั้นเป็นผล ส่วนการเป็นหมันไม่ทำให้การสมรสไม่เป็นผล
– บุคคลที่ไม่สามารถใช้เหตุผล
– บุคคลที่ปฏิเสธพันธะของศีลสมรส

 

สิ่งของที่ใช้

สิ่งสำคัญในพิธีศีลสมรส ก็ คือ การแลกเปลี่ยนความสมัครใจในการเป็นสามีและภรรยาและกันและกัน โดยกระทำอย่างเปิดเผยต่อสักขีพยานว่า จะรักและซื่อสัตย์ต่อกันจนกว่าชีวิตจะหาไม่ คำกล่าวสมัครใจนี้จะเป็นผลก็ต่อเมื่อเป็นการกระทำที่มาจากอิสรภาพ และรู้สำนึกตัวดีของทั้งสองคน

คำแนะนำ

เมื่อได้วันที่จะจัดพิธี ควรรีบติดต่อเข้ารับการอบรมอย่างน้อย สองหรือสามเดือนก่อนพิธี และควรติดต่อทางโบสถ์สำรองที่นั่งในก ารอบรมก่อน วันเข้าอบรมควรมาก่อนเวลาเข้าอบรมเพื่อรับเอกสา รประกอบการอบรมและจ่ายเงินลงทะเบียนในกรณีที่จ่ายในวันอบรมและโ ปรดแต่งกายสุภาพ ในกรณีที่สถานที่จัดพิธีที่ไม่ได้อยู่ในกรุงเทพฯ หรือ บ้านอยู่ไกล ไม่สะดวกเข้าอบรมที่โบสถ์พระมหาไถ่ หรือที่โบสถ์อัสสัมบางรัก ให้ปรึกษาคุณพ่อผู้ที่จะทำพิธีให้ เพราะท่านจะให้คำแนะนำและอาจอบรมให้บ่าวสาวโดยตรงเองก็ได้ การยื่นเอกสารและการสัมภาษณ์ เมื่อได้กำหนดวันแต่งงาน ควรรีบติดต่อโบสถ์ที่ต้องการจะจัดพิธ ีอย่างน้อยสามถึงหกเดือน โดยเฉพาะหากคู่สมรสเป็นชาวต่างชาติคว รอย่างยิ่งที่จะติดต่อกับทางโบสถ์ล่วงหน้าเพราะต้องเผื่อเวลาให ้ทางโบสถ์ในการรวบรวมและตรวจสอบเอกสาร และจะมีการสัมภาษณ์ป ระวัติว่าที่คู่บ่าวสาวเล็กๆน้อย

เอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นขอ จัดพิธีศีลสมรส

(ยื่นกับบาทหลวงที่เราต้องการให้ทำพิธีให้โดยต รง หรือบาทหลวงเจ้าวัด) คือ

1.ใบรับศีลล้างบาป ( Baptismal Certificate ) ที่ได้คัดลอกภายในหกเดือนก่อนวันงาน ซึ่งใครที่เคยเ้ขารับศีลล ้างบาปเมื่อยังเล็กๆ ต้องติดต่อไปทางวัดที่รับศีลล้างบาปนั้นๆ เพื่อขอคัดลอกสำเนาใบรับศีลโดยในเอกสารนี้จะสามารถรู้ได้ว่าค นๆนั้นเคยผ่านการแต่งงานรับศีลสมรสมาแล้วหรือไม่ ถ้ายังไม่เคย ผ่านการแต่งงานรับศีลสมรสที่โบสถ์คาทอลิคก็จะไม่มีข้อมูลบันทึก นี้

2.ใบรับศีลกำลัง (Confirmation ) และศีลมหาสนิท (Communion) หมายเหตุ ซึ่งถ้าใครรับศีลล้างบาปตอนโตแบบ จะใช้แค่ใบรับศีลล้างบาปอย่างเดียว เพราะมีข้อมูลระบุวันที่ได ้รับศีลกำลังและศีลมหาสนิทรวมอยู่ในใบรับศีลล้างบาปแล้ว

3. กรณีที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้เป็นคาทอลิคจะต้องขอรับเอกสารไม่เ คยผ่านพิธีสมรส (หรือเรียกง่ายๆว่าใบรับรองว่ายังโสด) โดยที่ เราต้องกรอกข้อมูลและให้คุณพ่อหรือคุณแม่ลงนามรับรองด้วย

4. เตรียมพยานที่เป็นคาทอลิคไว้สองคน โดยทางโบสถ์จะขอชื่อ นามสกุลและชื่อนักบุญเพื่อใส่ลงในใบ registration คือการจดทะเบียนกับทางศาสนจักร ที่โบสถ์จะออกให้บ่าวสาวและพยา นลงนามหลังพิธีแต่งงาน ซึ่งทางโบสถ์จะต้องเตรียมใบนี้ให้เรียบร้อยก่อนวันงาน อย่าลืม เช็คตัวสะกดให้ถูกต้องด้วย เรื่องการทำ Pre marriage Investigation เป็นแบบสอบถามสัมภาษณ์ซึ่งจะบ่าวสาวสองคนทำพร้อมกันโดยนัดวันเว ลากับคุณพ่อผู้ที่ประกอบพิธี (ตรงนี้ต้องแก้ให้เป็นข้อความค่อนข้างกลางๆ ไม่ต้องอ้างชื่อ)

 

กรณีนับถือศาสนาต่างกันและกรณีแยกกันอบรม

ถ้าบ่าวสาวมีความต้องการที่จะนับถือศาสนาต่างกันหรือที่เรียกว่ าต่างคนต่างถือ คู่บ่าวสาวยังจำเป็นต้องผ่านการอบรมคู่สมรสจาก ทางโบสถ์คาทอลิคก่อน และ ต้องเตรียมเอกสารเพิ่มอีกเล็กน้อยคือหนังสือรับรองโสด (ท างโบสถ์จะมีแบบฟอร์มให้)
สำหรับฝ่ายที่ไม่ได้นับถือคาทอลิค และ หนังสือคำมั่นสัญญาที่จะเลี้ยงดูบุตรตามหลักของชาวคาทอลิค ให้แก่ฝ่ายที่นับถือคาทอลิค ในกรณีที่บ่าวสาวอยู่คนละประเทศไม่สามารถเข้าอบรมพร้อมกันได้ แนะนำให้ติดต่อและแจ้งให้คุณพ่อที่ประกอบพิธีทราบก่อน ท่านจะใ ห้คำแนะนำและเสนอทางเลือกอื่น ยกตัวอย่างเช่น กรณีเจ้าสาวเป็นคนไทย และ เจ้าบ่าวเป็นชาวต่างชาติที่มิได้อาศัยอยู่ในเมืองไทย ทั้งสองสามารถแยกกันอบรมได้ โดยเจ้าสาวสามารถอบรมเดี่ยว ณ โบสถ์มหาไถ่ หรือ อัสสัมชัญ และนำใบรับรองผ่านการอบรมมายื่น และนัดสัมภาษณ์กับคุณพ่อที่จะประกอบพิธีให้
ส่วนคุณเจ้าบ่าว ควรติดต่อขออบรมกับโบสถ์ที่คุณเจ้าบ่าวสังกัด อยู่ในต่างประเทศ หรือกับคุณพ่อที่คุณเจ้าบ่าวนับถือ นัดแนะเพื่อทำการอบรมตามธรรมเนียมของประเทศนั้นๆ ซึ่งก่อนจะเร ิ่มทำการอบรม เจ้าบ่าวควรส่งชื่อที่อยู่และโบสถ์ที่คุณพ่อที่จ ะเป็นผู้ทำการสัมภาษณ์มายังคุณพ่อผู้จะประกอบพิธีทางเมืองไทย เพื่อให้ทางเมืองไทยส่งเอกสารการสัมภาษณ์ Premarriage Investigation ไปให้โดยตรง และเมื่อทำการอบรมและสัมภาษณ์ที่ต่างประเทศแล้ว ทางโบสถ์ที่คุ ณเจ้าบ่าวสังกัดอยู่นั้นจะส่งเอกสารมายังคุณพ่อผู้จะประกอบพิธี ทางเมืองไทยเท่านั้น (เอกสารนี้ไม่สามารถส่งไปที่บ้านของบ่าวส าวได้)
หมายเหตุ: ใบรับรองผ่านการอบรมจากต่างประเทศ อาจจะเป็นเพียงจดหมายรับรอง หรือ แบบฟอร์มที่ประกอบด้วย ชื่อผู้ผ่านการอบรม วันที่ที่อบรม ชื่อบาทหลวงที่ทำการอบรมให้ ชื่อโบสถ์ที่บาทหลวงสังกัดอยู่ รวมทั้งอย่าลืมตราประทับและลาย เซ็นต์ เจ้าสาวควรจะโทรศัพท์ติดต่อกับคุณพ่อผู้ประกอบพิธีทางเมืองไทยส ม่ำเสมอเพื่อให้แน่ใจว่าเอกสารทุกอย่างได้ส่งถึงท่านแล้ว เพรา ะหลังจากได้เอกสารคู่สมรสอาจจะต้องรออย่างน้อย 1 เดือนเพื่อให้เอกสารผ่านการเห็นชอบจากคณะบาทหลวง
ถ้าบ่าวสาวสามารถมาทำการอบรมที่เมืองไทยพร้อมกันได้ อาจจะนัดแ นะเวลาเพื่อเข้ารับการอบรมที่มหาไถ่ (เพราะทางโบสถ์พระมหาไถ่จ ะคล่องเรื่องเอกสารและพิธีภาษาอังกฤษมากกว่า) เป็นภาษาอังกฤษ และ ฝ่ายคู่สมรสชาวไทย (เช่นเจ้าสาวอย่างกรณีที่ยกตัวอย่างข้างบน) ต้องเข้าอบรมภาคภาษาไทยด้วยอีกรอบ โดยที่คุณเจ้าบ่าวจะมาฟังด้ วยหรือไม่มาก็ได้ การอบรมภาคภาษาไทยจะมีข้อมูลละเอียดมากกว่า เพราะมีการพูดถึงเ รื่องในแง่กฏหมายของการหมั้นและการจดทะเบียน ข้อผูกพันจากการจ ดทะเบียน ค่าใช้จ่ายในการทำพิธีคาทอลิค

 

ค่าใช้จ่ายหลักๆที่มี

money01

  1. ค่าบำรุงสถานที่ให้กับทางโบสถ์ แล้วแต่กำลังศรัทธา
  2. ใส่ซองให้คุณพ่อที่มาประกอบพิธี แล้วแต่ความสะดวก
  3. ค่าจัดดอกไม้เพื่อใช้ตบแต่งสถานที่ ซึ่งที่พระมหาไถ่และอัสสัม ชัญมีรับจัดดอกไม้ โดยจะแบ่งเป็นหลายราคา ซึ่งหลายคนนิยมใช้ดอกไม้ของทางวัด เพร าะถือว่าได้ทำบุญให้ที่โบสถ์แต่บางคนก็ใช้บริการของนักจัดดอกไม ้ข้างนอก อันนี้แล้วแต่ความชอบและความสะดวก
  4. ค่าช่อเจ้าสาวและช่อถวายแม่พระ
  5. ค่านักขับที่มาช่วยร้องเพลงในพิธี
  6. บ่าวสาวบางคนจัดของว่างเล็กๆน้อยๆให้แขกที่มางานหลังเสร็จพิธีด ้วย ซึ่งจะมีของว่างสักสองชิ้นและน้ำผลไม้และหรือน้ำดื่มด้วยค ่ะ อันนี้จะจัดหรือไม่จัดก็ได้แล้วแต่ความสะดวก
  7. ค่าช่างภาพและช่างวีดีโอ ซึ่งการเลือกช่างภาพและช่างวีดีโอควร เลือกช่างภาพที่มีประสบการณ์ถ่ายภาพในงานพิธี เพราะช่างที่ มีประสบการณ์จะทราบช่วงการดำเนินกาารในพิธีเป็นอย่างดี และรู้ มุมในการถ่ายภาพโดยที่ไม่รบกวนในพิธี
  8. เบ็ดเตล็ด ให้เด็กที่ช่วยประกอบพิธี พิธีกรในพิธี คนทำความสะอาด ข้อความในการ์ดเชิญ

แบบที่ 1 Friends forever we will be whether walking on the beach or sailing on the sea… Please be our guest as we, Bride & Groom join together DD/MM/YY at เวลา Church (ชื่อโบสถ์) and afterwards at สถานที่จัดเลี้ยง

แบบที่ 2 เจ้าภาพฝ่ายหญิง และ เจ้าภาพฝ่ายชาย* มีความยินดีขอเรียนเชิญท่านเพื่อเป็นเกียรติ และร่วมรับประทานอาหาร เนื่องในพิธีมงคลสมรส ระหว่าง เจ้าสาว & เจ้าบ่าว วัน / เดือน / ปี ค.ศ. หรือจะ พ.ศ. ก็ได้นะ(แต่ทางคาทอลิกมักจะนิยม ค.ศ.มากกว่า) เวลา 14:00 น. พิธีศีลสมรส ณ โบสถ์……………… เวลา 18.00 น. ร่วมรับประทานอาหาร ณ ……………. * ในกรณีนี้หมายถึง ชื่อบิดา มารดา หรือผู้ใหญ่ที่ทางฝ่ายนั้นๆเคารพก็ได้

แบบที่ 3 God Knew we each needed someone and He gave us to each other to love and to cherish all the years through and beyond We (Bride’s name) Daughter of (Parent’s name) (Groom’s name) Son of (Parent’s name) request the pleasure of your company as we exchange our sacred vows at (Name of the Chuch) Address of the church Address of the church On Sunday, December 26, 2004 at 4:00 pm Reception will follow at (Name of the Place) Attire: Formal

แบบที่ 4 คริสตจักร……………………. เจ้าภาพฝ่ายหญิง และ เจ้าภาพฝ่ายชาย* มีความยินดีขอเรียนเชิญเพื่อร่วมเป็นเกียรติ และเป็นสักขีพยาน ในพิธีสมรสศักดิ์สิทธิ์ ระหว่าง ชื่อเจ้าสาว และ ชื่อเจ้าบ่าว วัน / เดือน / ปี ค.ศ. กำหนดการ เวลา 17.00 น. พิธีสมรสศักดิ์สิทธิ์ เวลา 18.30 น. เสร็จพิธี ขอเชิญร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรส (โต๊ะจีน) ณ ห้อง ………… โรงแรม ……………. (ขออภัยหากมิได้มาเรียนเชิญด้วยตนเอง) “ ความรักไม่มีวันสูญสิ้น…ดังนั้นตั้งอยู่สามสิ่ง คือความเชื่ อ ความหวังใจ และความรัก แต่ความรักใหญ่ที่สุด” (1คร.13:8,13)

แบบที่ 5 ชื่อเจ้าสาว daughter of ชื่อคุณพ่อ คุณแม่เจ้าสาว and ชื่อเจ้าบ่าว son of ชื่อคุณพ่อ คุณแม่เจ้าบ่าว request the honor of your presence when we exchange marriage vows on Day, Month Date(th), year 2:00 p.m. Holy Redeemer Catholic Church Soi Ruam Rudee, Bangkok ————————– To share in our happiness the pleasure of your company is requested at our wedding reception 6:30 p.m. Wedding Hall, Hotel Name Road, Bangkok

แบบที่ 6 ชื่อ บิดามารดา ฝ่ายเจ้าสาว และ ชื่อบิดามารดาฝ่ายเจ้าบ่าว มีความยินดีขอเรียนเชิญท่านเพื่อเป็นเกียรติและเป็นสักขีพยาน เนื่องในพิธีมงคลสมรส ระหว่าง เจ้าสาว & เจ้าบ่าว์ วันเสาร์ ที่ 1 เดือน พ.ศ. 2548 เวลา 14:00 น. พิธีศีลสมรส ณ โบสถ์พระมหาไถ่ ซอยร่วมฤดี กรุงเทพฯ —————————- เวลา 18.30 น. ขอเชิญร่วมเลี้ยงฉลองมงคลสมรส ณ ห้องชื่อห้องจัดเลี้ยง โรงแรมชื่อโรงแรม ถนน กรุงเทพฯ (บุปเฟ่ต์) (ขออภัยหากมิได้มาเรียนเชิญด้วยตนเอง)

 

ชุดแต่งงาน

5_3

เรื่องชุดแต่งงานใช้สีไหนก็ได้ เช่น สีทอง สีชานอ้อย ขอให้เรียบร้อยเป็นใช้ได้แต่ที่นิยมมากที่สุดก็คือ สีขาว บางสถานที่มีระบุในข้อปฏบัติ เช่นที่ โบสถ์อัสสัมชัญบางรัก และที่เซ็นหลุยส์ เรื่องไม่อนุญาตให้เจ้าสาวและเพื่อนเจ้าสาวส วมชุดที่เป็นแบบเกาะอก หรือเป็นแบบสายเดี่ยว เพราะการไปโบสถ์ก็เหมือนการไปวัด จึงเป็นการเคารพสถานที่ตามวั ฒนธรรมไทย วิธีที่เจ้าสาวหลายๆคนนิยมใช้ คือเลือกชุดเจ้าสาวที่เป็นเกาะอก หรือ ชุดแบบสายเดี่ยว แต่ตัดเสื้อคลุมเพิ่ม โดยพิธีในโบสถ์สวมเสื้อคลุมดูเรียบร้อยแ ละสวยงามดีตอนทำพิธี ส่วนในงานเลี้ยงก็ถอดเสื้อคลุมเป็นชุดเกา ะอก ซึ่งทำให้ดูมีสองชุด สองลุคและเป็นการประหยัดกว่าการใช้สองชุด ด้วย ถุงมือเจ้าสาวจะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ คุณพ่อท่านจะถามว่าใ ส่ถุงมือเข้าโบสถ์เปล่า ถ้าใส่ ต้องถอดถุงมือมาสวมแหวน จะค่อนข้างยุ่งยากเล็กน้อย ยกเว้นพวกถุงมือบางๆอันนี้สามารถสว มแหวนทับถุงมือได้ ดังนั้นตามใจชอบใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ ส่วนเวลนั้นก็เหมือนกัน จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ ที่ส่วนใหญ่ใส่กันเป็นธรรมเนียม เพราะการใส่เวลแล้วปิดหน้าหมายถึงสาวบริสุทธิ์ ก็ใส่แบบปิดหน้ าก็ได้ ใส่เวลล์ปิดหน้าช่วงที่เดินเข้าโบสถ์ และพอถึงหน้าพระแท่นก็ค่อยให้เจ้าบ่าวเปิดเวลหน้าก็ได้ และการ เปิดเวลคือการที่เรามอบชีวิตที่เหลือของเราให้ผู้ชายคนนั้นดูแล แต่ของไทยเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยใส่แบบปิดหน้าแล้ว

แหวน

w6
จะใช้แหวนหมั้นและแหวนแต่งงานเป็นวงเดียวกันก็ได้ หรือถ้ามีพิ ธีหมั้นก็ใช้แหวนหมั้นเป็นแหวนเพชรและแหวนที่ใช้พิธีเป็นแหวนทอ งคำหรือทองคำขาวเกลี้ยง จะติดเพชรเม็ดเล็กๆหรือไม่แล้วความชอบ ความสะดวก จริงๆแล้วธรรมเนียมการหมั้น ถ้าเป็นของไทยฝ่ายชายจะหมั้นฝ่ายห ญิง โดยของหมั้นไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นแหวนก็ได้ เขาเรียกโดยรวมๆว ่าทองหมั้น ส่วนฝ่ายหญิงถ้าจะให้ฝ่ายชาย โดยมากจะให้เป็นสร้อย มากกว่าที่จะเป็นแหวน(ในอดีต) ปัจจุบัน แต่งงานของคนไทยจะไม่มีพิธีการแลกแหวนแต่งงาน ก็เลยใช้วิธีแลก แหวนหมั้นกัน แต่ชาวตะวันตก เขาจะมีทั้งแหวนหมั้นและแหวนแต่งาน ดังนั้นแหวนหมั้นก็จะมีแต่ฝ่ายหญิงได้ และเมื่อทำพิธีแต่งงาน ก็จะแลกแหวนแต่งงานกันในช่วงนี้ แต่ถ้าเป็นคาทอลิกในบ้านเราอา จจะมีทั้งแหวนหมั้นและแหวนแต่งงานเลยก็ได้ ขึ้นอยู่กับความ สะดวกและงบประมาณของบ่าวสาว เก็บตกเรื่องแหวนว่าทำไมต้องนิ้วนางข้างซ้าย วัฒนธรรมตะวันตก แหวนแต่งงานหรือแหวนหมั้นจะสวมอยู่ในนิ้วนางข้างซ้าย แหวนนี้เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความซื่อสัตย์ต่อกัน วัฒนธรรมมอบแ หวนแต่งงานแม้จะเป็นของชาวตะวันตก แต่ก็ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ในประเทศเราเองอย่างที่เห็นๆ กันอยู่ ที่มาของการเลือกให้นิ้วนางข้างซ้ายเป็นนิ้วสำหรับแหวนแต่งงาน เกิดขึ้นเพราะคนสมัยโบราณเชื่อว่านิ้วนางข้างซ้ายนั้นเป็นที่ต ั้งของเส้นเลือดแห่งความรัก ทั้งนี้ ก่อนที่วิทยาศาสตร์จะทำให้มนุษย์ทราบระบบการทำงานของระบบไหลเวี ยนโลหิต คนโบราณเชื่อว่าเส้นเลือดบนนิ้วนางเชื่อมต่อไปยังหัวใจ อันเป็ นสัญลักษณ์ของความรัก โดยความความเชื่อดังกล่างมีการอ้างว่าเป็นความเชื่อที่เกิดขึ้น ในอาณาจักรกรีกโบราณ เมื่อประมาณ 3 ปีก่อนคริสตกาล ด้วยการเชื่อมโยงระหว่างมือและหัวใจ จึงมีการตั้งชื่อเส้นเลือ ดดังกล่าวว่า vena amori อันเป็นภาษาละตินซึ่งมีหมายความว่า “เส้นเลือดแห่งความรัก” (vein of love) ตามความเชื่อดังกล่าว ผู้คนจึงยอมรับให้สวมแหวนแต่งงานบนนิ้วน างข้างซ้าย และการสวมแหวนแต่งงานในนิ้วนางข้างซ้ายนี้เองเป็นสัญลักษณ์บ่งบ อกว่า คู่แต่งงานได้ประกาศมอบความรักนิรันดรให้แก่กันและกัน จนกลายเป็นประเพณีปฏิบัติกันมาในยุโรปจนถึงทุกวันนี้ ในสมัยกลางในยุโรป พิธีแต่งงานของชาวคริสต์จะมีการสวมแหวนแต่งงานเรียงกันมาตั้งแต ่ นิ้วชี้ นิ้วกลางและนิ้วนาง ของมือข้างซ้าย เพื่อแสดงถึงหลักตรีเอกานุภาพของศาสนา อันได้แก่ พระบิดา พระบุตร และพระจิต ก่อนที่ในเวลาต่อมา คู่สมรสจะสวมเพียงนิ้วนางข้างซ้ายเพียงนิ้วเดียว ในประเทศตะวันตกส่วนใหญ่ แหวนแต่งงานจะสวมบนนิ้วนางข้างซ้าย อย่างไรก็ตามในบางประเทศ เช่น เยอรมนี และชิลี แหวนแต่งงานจะถูกใช้สวมบนนิ้วนางข้างขวาแทน ชาวคริสต์นิกายออทอดอกซ์ พวกยุโรปตะวันออกและชาวยิวมีธรรมเนียมการสวมแหวนแต่งงานข้างขวา เช่นกัน ขณะในเนเธอร์แลนด์ และกลุ่มชาวคริสต์นิกายคาทอลิกจะสวมแหวนแห่ งความรักนี้บนนิ้วนางข้างซ้าย

พิธีศีลสมรส

ก่อนวันงานคุณพ่อท่านจะนัดบ่าวสาวมาทำการซักซ้อมพิธีและท่องคำป ฏิญาณ ซึ่งการนัดวันซ้อมแล้วแต่วันสะดวกของคุณพ่อและบ่าวสาว ในวันแต่งงานควรมาถึงที่โบสถ์ประมาณสามสิบนาที เพื่อเลี่ยงปัญ หาการจราจรที่อาจเกิดขึ้นได้ และบ่าวสาวที่เป็นคาทอลิคต้องเข้ าสารภาพบาปก่อนเข้าพิธีรับศีลสมรสด้วย

ผู้ร่วมประกอบพิธี

  1. Flower Girl
  2. เด็กถือพานแหวน (โดยส่วนมากจะให้เด็กผู้ชายถือแหวน )
  3. เด็กถือเทียน
  4. เพื่อนเจ้าบ่าว เพื่อนเจ้าสาวจะมีหรือไม่มีก็ได้ และไม่มีระบ ุตายตัวว่าต้องกี่คน แต่ส่วนใหญ่ไม่เกินห้าคนอ่ะ ไม่จำเป็นว่าต้องโสด ชุดเพื่อนเจ้าสาวขอให้เรียบร้อยและไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน อาจ จะใช้การคุม โทนสีของชุดก็ได้ค่ะ
  5. คุณพ่อหรือคุณแม่ตอนเดินคู่กับเจ้าสาวตอนเข้าสู่พิธี

จัดที่นั่งในพิธีแต่งงานและขบวน

การจัดที่นั่งให้แขกที่มาร่วมพิธีศีลสมรส และ รูปแบบขบวนผู้ร่วมประกอบพิธี รวมถึงเจ้าบ่าวเจ้าสาว ต้องมีการกำหนดจัดการ และวางแผนล่วงหน้า เพื่อให้พิธีเป็นไปอย่างเรียบร้อย รูปแบบการจัดที่นั่ง ขบวนเดินเข้า และขบวนเดินออก ที่นำมาเสนอนี้เป็นธรรมเนียมปฏิบัติดั้งเดิม เจ้าบ่าวและเจ้าส าวสามารถที่จะจัดรูปแบบของพิธีในลักษณะอื่นๆ ตามที่ต้องการได้ แต่ควรจะปรึกษาบาทหลวงผู้ทำพิธีก่อนเพื่อควา มเหมาะสม ที่นั่ง

57ZAF_catholic1

ในพิธีคาทอลิคโดยทั่วไป แขกของเจ้าสาวจะนั่งทางซ้าย และ ของเจ้าบ่าวจะนั่งทางขวามือ โดยที่แถวแรกๆ ซึ่งอาจจะประดับด้วยดอกไม้ หรือ ริบบิ้น จะเป็นที่นั่งของ บิดามารดา พี่น้อง ญาติผู้ใหญ่ และ แขกพิเศษ เช่น ญาติสนิท บิดามารดาของเด็กโปรยดอกไม้ เด็กถือแหวน พยาน และผู้อ่านบทอ่าน ในกรณีที่บิดามารดาแยกทางกัน ทั้งคู่สามารถนั่งด้วยกันในแถวหน ้าได้ ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแต่งงานใหม่ หรือ ไม่ประสงค์ที่จะนั่งด้วยกัน บิดา(และคู่สมรสใหม่ ถ้ามี) ควรนั่งในที่ของแขกพิเศษ (แถวที่สาม) คนเชิญแขกควรจัดให้แขกนั่งจากแถวหน้าไปแถวหลัง เจ้าภาพอันได้แก่ มารดาและบิดาของเจ้าบ่าว และมารดาเจ้าสาว ควรนั่งหลังสุด ขบวนเดินเข้าพิธี

7BEZ4_catholic2

ก่อนเริ่มพิธีบาทหลวงผู้ทำพิธีจะเข้าประจำที่ โดยเจ้าบ่าวจะยื นอยู่ทางซ้ายมือของบาทหลวง และ เพื่อนเจ้าบ่าว best man จะยืนถัดไปทางซ้ายของเจ้าบ่าว ทั้งสามยืนหันหน้าเข้าหาแขกผู้มาร่วมพิธี สำหรับเพื่อนเจ้าบ่า วที่เหลือ ซึ่งมักจะทำหน้าที่เป็นผู้เชิญแขกนั่งประจำที่ (ushers) ด้วยนั้นจะยืนอยู่ข้างหน้ากับเจ้าบ่าว หรือจะเดินเข้าสู่พิธีเ ป็นคู่ดังรูปก็ได้ จากนั้นตามด้วยเพื่อนเจ้าสาวเดินเรียงเดี่ยว โดยทั่วไป เพื่อนเจ้าบ่าวที่เป็น ushers และเพื่อนเจ้าสาว bridemaids ควรจะเดินเข้าสู่พิธีเรียงลำดับตามความสูง โดยผู้ที่เตี้ยที่ส ุดเดินเข้าก่อน หลังจากนั้นตามด้วยเพื่อนเจ้าสาวที่เป็น maid of honor (ซึ่งมักจะเป็นเพื่อนสนิทที่สุด หรือ พี่สาว หรือ น้องสาวของเจ้าสาว) อีกกรณีหนึ่งก็คือ เพื่อนเจ้าบ่าว ushers และ เพื่อนเจ้าสาว bridemaids เดินเข้าสู่พิธีเป็นคู่ ตามด้วย เพื่อนเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาวคนสนิท (best man and maid of honor) ก็ได้ ในกรณีที่เด็กถือเทียน เด็กถือแหวน และ เด็กโปรยดอกไม้ เข้าร่วมขบวนด้วย ทั้งหมดสามารถเดินเข้าสู่พิธีตามลำดับ หลังจากเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวได้ สำหรับเด็กถือเทียนนั้น เมื่อเดินไปถึงด้านหน้าแล้วจะต้องนำเทียนขึ้นไปจุดเทียนที่แท่น พิธีด้วย จากนั้นจึงเข้านั่งประจำที่ สำหรับเจ้าสาวมักจะเดินคล้องแขนบิดาเข้าสู่พิธี เมื่อเพลงเริ่ มพิธี (เช่น Bridal Chorus) บรรเลง โดยเจ้าสาวจะอยู่ทางด้านซ้าย ในปัจจุบันเจ้าสาวสามารถเดินเข้า สู่พิธีพร้อมกับบิดาและมารดาได้เช่นกัน จุดยืนในพิธี

AF62A_catholic3

เมื่อเพื่อนเจ้าบ่าว เพื่อนเจ้าสาว เด็กโปรยดอกไม้ และเด็กถือแหวนเดินมาถึงหน้าพระแท่น ให้ยืนทำแนวทแยงในตำแหน่ง ตามรูป โดยผู้ที่เดินเข้าไปก่อนจะยืนไกลจากเจ้าบ่าวและเจ้าสาว ที่สุด เมื่อเจ้าสาวเดินถึงหน้าพระแท่น ตรงนี้บิดาจะส่งมือขว าของเจ้าสาวให้แก่มือซ้ายของเจ้าบ่าว เจ้าบ่าวอาจจะไหว้หรือก้ มศีรษะให้บิดาเจ้าสาวก่อนที่จะรับมือเจ้าสาวก็ได้ จากนั้นบ่าว สาวหันหน้าสู่บาทหลวงผู้ทำพิธี (ตรงนี้เพื่อนเจ้าบ่าว และ เพื่อนเจ้าสาวคนสนิท (best man และ maid of honor) จะหันหน้าสู่บาทหลวงด้วย หรือจะยืนในตำแหน่งเดียวกับเพื่อนเจ้ าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาวคนอื่นๆ หรือทั้งหมดจะเข้านั่งประจำที่ร่วมกับแขกผู้ร่วมพิธีก็ได้ ขบวนเดินออก

8528F_catholic4

หลังจากเพลงปิดพิธีเริ่มบรรเลง เจ้าบ่าวเจ้าสาวหันหน้าเข้าหาก ัันและกัน คล้องแขน แล้วเดินออกจากโบสถ์ โดยมีผู้ร่วมประกอบพิธีทั้งหมดเดินตามบ่า วสาวเป็นคู่ ลำดับขั้นตอนพิธีแต่งงาน ดังนี้

ภาคเตรียมความพร้อม: Gathering Rite

  • เชิญท่านผู้มีเกียรติเข้าร่วมพิธี: Gathering of the Assembly
  • เพลงนำ: Prelude Music
  • – ผู้ร่วมประกอบพิธีเดินขบวนเข้าสู่พิธี ดนตรีนำขบวนเจ้าสาว : Processional Music
  • – เจ้าสาว และ บิดา เดินเข้าสู่พิธี

ภาคเริ่มพิธี : Introductory Rite

  • บาทหลวงกล่าวต้อนรับ (โปรดยืน)
  • บทเพลงเริ่มพิธี : Gathering Song
  • บทเริ่มพิธี : Penitential Rite
  • บทเพลงพระสิริรุ่งโรจน์ : Gloria
  • บทภาวนาของประธาน : Opening Prayer

ภาควจนพิธีกรรม : Liturgy of the Word (เชิญนั่ง)

  • บทอ่านที่หนึ่ง : First Reading
  • บทเพลงสดุดี : Responsorial Psalm (Psalms 128: 1-3)
  • บทอ่านที่สอง : Second Reading
  • บทเพลงอัลเลลูยา : Gospel Acclamation (โปรดยืน)
  • บทพระวรสาร : Gospel
  • บทเทศน์ : Homily (เชิญนั่ง)
  • จารีตพิธีศีลสมรส : Rite of Marriage
  • ความสมัครใจที่จะเข้าสู่พิธีศีลสมรส : Address and Statement of Intentions
  • ความสมัครใจและคำมั่นสัญญา : Consent and Exchange of Vows
  • การเสกแหวนและสวมแหวน : Blessing and Exchange of Rings บทภาวนาเพื่อมวลชน : General Intercessions (โปรดยืน) ภาคบูชาขอบพระคุณ : Liturgy of the Eucharist (เชิญนั่ง)
  • เพลงถวายเครื่องบูชา : Preparation of the Gifts
  • บทภาวนาเตรียมเครื่องบูชา : Prayer over the Gifts
  • บทขอบพระคุณ : The Eucharistic Prayer
  • เพลงศักดิ์สิทธิ์ : Sanctus (โปรดคุกเข่า)
  • บทเพลงยืนยันความเชื่อ : Memorial Acclamation (โปรดยืน)
  • บทภาวนาข้าแต่พระบิดา : Lord’s Prayer
  • พระพรพิเศษสำหรับคู่บ่าว – สาว : Nuptial Blessing
  • – บ่าวสาวโปรดคุกเข่า
  • – บิดามารดาของคู่บ่าวสาว และพยานเดินไปยังพระแท่นพิธี และยื่นมือขวาเหนือศีรษะของคู่บ่าวสาว ระหว่างพระพรพิเศษ
  • – บ่าวสาวโปรดยืน Sign of Peace
  • – ให้ผู้เข้าร่วมพิธีหันมาจับมือกันและกันหรือไหว้ เพื่อแสดงควา มเป็นมิตรและปรารถนาดีต่อกัน
  • เพลงพระชุมพา : Lamb of God

ภาครับศีลมหาสนิท : Communion (โปรดคุกเข่า) (เชิญนั่ง)

  • – การรับศีลมหาสนิทเป็นกิจของผู้นับถือคาทอลิกที่เตรียมตัวแล้วอย ่างดี เท่านั้น)
  • เพลงรับศีล : Communion Song
  • บทภาวนาหลังรับศีล : Prayer after Communion (โปรดยืน)
  • ภาคปิดพิธี : Concluding Rite (โปรดยืน)
  • พระพรปิดพิธี : Final Blessing
  • พระสงฆ์กล่าวปิดพิธี : Dismissal
  • ลงนามในสมุดทะเบียนสมรสของพระศาสนจักร : Signing of the Registration

บทเพลงปิดพิธี : Dismissal Song

  • – ระหว่างที่คู่บ่าวสาวและพยานเซ็นชื่อในสมุดทะเบียนสมรสของพระศาสนจักรคาทอลิก
  • ผู้ร่วมพิธีสามารถร่วมร้องเพลงปิดพิธีกับคณะขับ ร้อง
  • – คู่บ่าวสาวถวายช่อดอกไม้แด่พระแม่มารีย์ และ มอบของให้แก่บาทหลวงผู้ทำพิธี
  • – คู่บ่าวสาวถ่ายรูปร่วมกับบาทหลวง บิดามารดา ผู้ร่วมประกอบพิธี

เพลงเดินออก : Recessional Music

  • บทอ่าน และ บทขับ บทอ่าน บทอ่านที่หนึ่ง เลือกจาก the Old Testament Genesis 1:26-28, 31 Genesis 2:18-24 Tobit 8:5-7 Song of Songs 2:8-10, 14,16: 8:6-7 Jeremiah 31:31-32, 33-34 Sirach 26, 1-4, 13-16 ( อันนี้ไม่แน่ใจว่าถูกหรือเปล่า เห็นหนังสือหลายเล่มใช้บทอ่านบ ทนี้)
  • บทอ่านที่สอง เลือกจาก the New Testament Romans 8:31-35, 37-39 1 Corinthians 12:31-13:8 Ephesians 5:2, 25-32 Colossians 3:12-17 1 John 4:7-12 บทอ่าน Gospel Matthew 5:1-12 Matthew 7:21, 24-25 Matthew 22:35-40 Mark 10:6-9 John 15:12-16 ในส่วนของ Prayers, Blessing, Responsorial,etc. ในหนังสือพิธีซึ่งขอดูได้จากบาทหลวง จะมีคำอ่านให้เลือกอยู่แล ้ว
  • บทขับ (บทเพลงร้องในพิธี) prelude (canon in D หรือเพลงอะไรก็ได้) , processional music (ตอนเจ้าสาวเจ้าบ่าวเดินเข้าพิธี มักใช้ bridal chorus หรือเพลงอะไรก็ได้), Gloria (glory to god หรือ เพลงสิริเลิศล้ำ), Responsorial Psalms (เพลงสดุดี ประมาณเพลง O Bless are Those), Gospel Acclamation (อัลเลลูยา), เพลงช่วง preparation of the gifts ( อันนี้ไม่ค่อยแน่ใจ ผู้รู้ช่วยบอกทีว่าใช้เพลงอะไรได้บ้าง ), Holy (ศักดิ์สิทธ์), Memorial Acclamation (Christ has died, Christ has risen….), Lamb of God, Communion Song (อันนี้ต้องเลือกเอาเช่นกันค่ะ), สุดท้ายเป็น Dismissal Song (มักจะใช้ trumpet voluntrary แต่เลือกได้)

 

การโยนดอกไม้

เมื่อเสร็จพิธีมิสซา บ่าวสาวเดินคู่กันออกมาตามทางเดิน แขกผู้มาร่วมงานจะโปรยกลีบดอกไม้ให้บ่าวสาว และทยอยเดินตามหลั งบ่าวสาว เมื่อทุกคนออกมารวมตัวกันด้านหน้าโบสถ์ อาจมีการถ่ายรูปร่วมกั นเล็กน้อย หลังจากนั้น เจ้าสาวจะโยนช่อดอกไม้ โดยช่อโยนนี้อาจเป็นช่อเดียวกับที่ถือเข้าโบสถ์ก็ได้ หรือจะทำ เป็นช่อใหม่ต่างหากก็ได้ โดยมาก ช่อโยนของเจ้าสาวจะมีช่อเดียวเพิ่อความขลัง แต่เพื่อความสนุกสนาน อาจมีการแตกเป็นช่อเล็กๆได้เช่นกัน เช่น ช่อโยน 1 ช่อใหญ่ แต่มีช่อเล็กๆ 3 ช่อผูกรวมกันไว้ด้วยริบบิ้น เวลาจะโยนเจ้าสาวก็กระตุกริบบิ้นออก แล้วหันหลังโยน…ช่อดอกไม้ก็แยกออกเป็น 3 ช่อ ทำให้เกิดเสียงเฮมากขึ้น ตอนแย่งกันรับช่อดอกไม้ ในกรณีที่เจ้าสาวไม่สะดวกจะโยนช่อดอกไม้ที่โบสถ์ ก็สามารถนำไป โยนที่โรงแรมระหว่างงานเลี้ยงฉลองก็ได้เช่นกัน โดยมากกรณีหลังนี้ จะนิยมทำโดยเจ้าสาวที่ไม่ได้เข้าประกอบพิธี ในโบสถ์ แต่อยากให้มีการโยนดอกไม้ ถ้าเจ้าสาวที่ประกอบพิธีทางศาสนาคริ สต์ มักนิยมโยนหลังเข้าโบสถ์กันมากกว่า

ของว่างหลังพิธีมิสซา

เจ้าบ่าวเจ้าสาวสามารถจัดเตรียมของว่างและเครื่องดื่มง่ายๆ ไว ้ให้แขกที่มาร่วมงานสามารถรับประทานหลังพิธีมิสซาได้ ของว่างอ าจจะเป็นขนมปังชิ้นเล็กๆ พาย ขนมเค้ก หรือคุ้กกี้ ส่วนน้ำ อาจหาน้ำดื่มที่มีขายเป็นแก้วๆ พร้อมหลอดสำเร็จ หรือเป็นน้ำผลไม้บรรจุกล่องก็ได้ ถ้ามีเวลา บ่าวสาวอาจหาของอร่อยๆ จากที่ต่างๆ แล้วมาใส่แพ็คเอง แต่ถ้าเอาความสะดวก บ่าวสาวสามารถเรียกใช้บริการ tea break catering ได้จากร้านค้าหลายแห่ง เช่น S&P , การบินไทย , UFM ซึ่งเค้าจะมีบริการรับจัดขนม/ของว่างเป็นกล่องๆ มีหลายราคา ทั้งแบบรวมเครื่องดื่ม ไม่รวมเครื่องดื่ม ชนิดของขนมก็จะแตกต่างกัน ราคาจะขึ้นอยู่กับชนิดของขนมและจำนว นชิ้น สำหรับน้ำ ถ้าไม่ต้องการให้จัดแพ็ครวมกับขนม เราสามารถไปซื้อน้ำจากซุปเป อร์มาร์เก็ต แล้วแจ้งกับทางโบสถ์ไว้ ว่าจะขอยืมโต๊ะวางขนม และถังน้ำแข็งสำหรับแช่เครื่องดื่ม อาจเสียค่าใช่จ่ายบ้าง แต่ก็ไม่มากเท่าไหร่ วันงาน…ควรหาเพื่อนหรือแม่งานซักคนหรือสองคน ไว้ช่วยดูแลตรงจุดนี้ เมื่อขนมมาส่งให้เพื่อนช่วยจัดโต๊ะวางขนม และแช่เครื่องดื่มใน ถังน้ำแข็ง เมื่อเสร็จพิธี บ่าวสาวเดินออกจากโบสถ์ ญาติและเพื่อนๆ จะทยอยเดินตามบ่าวสาวออกมาเพื่อถ่ายภาพร่วมกัน แล้วรอเจ้าสาวโ ยนดอกไม้ ระหว่างนั้น เพื่อนผู้ดูแล สามารถเริ่มทยอยแจกน้ำกับขนมให้กับแขกได้

เบอร์ติดต่อต่างๆ

  • S&P Delivery : เบเกอร์รี่ต่างๆ พร้อมเครื่องดื่ม โทร 1344 หรือ http://www.sandp.co.th/businesses_catering.php
  • Puff & Pie : พาย พัฟใส้ต่างๆ พร้อมเครื่องดื่ม พรมารี (สี่แยกบ้านแขก) : ขนมปังต่างๆ
  • ร้านขนมไทยเก้าพี่น้อง (ตลาด อตก.) : ขนมไทย เช่น ตะโก้ ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ฯลฯ (หาเครื่องดื่มเอง)
  • ร้านขนมไทยหวานดำรงค์ (เลียบทางด่วนเอกมัยรามอินทรา) : ขนมไทยต่างๆ เช่น ตะโก้ ขนมชั้น ฯลฯ (หาเครื่องดื่มเอง)

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น