หลักการสร้างสตาร์ทอัพ (Lean Startup) ยุคใหม่

Lean คือแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับการลดทอนสิ่งที่ไม่จำเป็น หลักการของ Lean นั้นจะมุ่งให้ความสำคัญกับการสร้าง คุณค่า ให้กับผู้บริโภคหรือผู้ใช้ให้มากที่สุดโดยใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็นเท่านั้น แนวคิดเรื่อง Lean นี้มีพื้นฐานมาจากระบบการจัดการการผลิตของโตโยต้า (Toyota Production System) อันมีชื่อเสียงและเป็นหนึ่งในแนวคิดสำคัญที่นำพาโตโยต้าสู่ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในวงการยานยนต์ เมื่อผู้คนเห็นว่าหลักการนี้ใช้ได้ผลและมีประสิทธิภาพจริง แนวคิดเรื่องลีนก็เริ่มแพร่หลายและถูกนำไปประยุกต์ใช้ในหลากหลายวงการ ไม่จำกัดเฉพาะเรื่องของการผลิตเท่านั้น

Lean Startup ถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกโดย Eric Ries ผู้ร่วมก่อตั้ง IMVU บริการโซเชียลเน็ตเวิร์กแนว Second Life เขานำแนวคิดเรื่องลีน มาประยุกต์ใช้ในบริบทของการสร้างบริษัทสตาร์ทอัพและได้ผ่านการบ่มเพาะแนวคิดและวิธีปฏิบัติกับบริษัทของเขาเอง เมื่อใช้กับ IMVU ได้ผล Eric จึงนำเอาเคสของ IMVU ที่ใช้หลัก Lean Startup ในการบริหารไปเผยแพร่ในคลาสที่เขาสอนใน Harvard Business School และเวิร์คชอปต่างๆ รวมถึงเขียนหนังสือเกี่ยวกับ Lean Startup ออกมาจนเป็นที่รู้จักกันในวงกว้าง

แนวคิดของ Lean Startup

Lean Startup คือการสร้างสตาร์ทอัพโดยให้ความสำคัญกับคุณค่าที่ผู้บริโภคหรือผู้ใช้จะได้รับและมุ่งเน้นการลดขั้นตอนที่ไม่สำคัญหรือสูญเสียทรัพยากรโดยเปล่าประโยชน์ออกไป การสร้างผลิตภัณฑ์ในแบบของลีนสตาร์ทอัพนั้นจะเริ่มจากการทำความเข้าใจ ข้อมูลเชิงลึก (Insight) ของผู้บริโภคก่อนเพื่อลดเวลาและทุนในการออกแบบฟีเจอร์ที่ไม่จำเป็น ซึ่งวิธีการออกแบบในลักษณะนี้จะช่วยลดปัญหาที่สตาร์ทอัพจำนวนมากมักพบ คือ ลงทุนลงเวลากับผลิตภัณฑ์ไปเสียมากมายแต่ท้ายที่สุดแล้วกลับไม่มีคนใช้ สุดท้ายก็ต้องล้มเลิกกิจการไปในที่สุด

Validated Learning เรียนรู้ให้แน่ใจว่าลูกค้าต้องการอะไร

เมื่อความต้องการของผู้ใช้กลายเป็นเรื่องที่ต้องเอาใจใส่แล้ว การเรียนรู้จึงกลายเป็นสิ่งที่สำคัญมาก แม้ไอเดียตั้งต้นของสตาร์ทอัพจะมาจากผู้ก่อตั้ง แต่ไอเดียนั้นจะสามารถทำเป็นผลิตภัณฑ์หรือบริการได้หรือไม่นั้น ข้อมูลจากกลุ่มเป้าหมายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ดังนั้นกระบวนการของ Lean Startup จึงให้ความสำคัญกับการเรียนรู้เป็นอย่างมาก ผู้สร้างสรรค์ต้องออกจากสถานที่ทำงานของตนเองเพื่อไปพบปะพูดคุยกับกลุ่มลูกค้าจริง เช็คดูว่าความต้องการของพวกเขากับสิ่งที่ตนคิดนั้นตรงกันหรือไม่ นอกเหนือจากความเข้าใจผู้บริโภคที่เพิ่มมากขึ้นแล้ว ผู้สร้างสรรค์อาจได้ข้อมูลใหม่ๆที่ไม่เคยรู้มาก่อนมาเป็นแนวทางสำหรับพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อไปด้วย

Build, Measure, Learn กระบวนการเพื่อการเรียนรู้ของ Lean Startup

ในการเรียนรู้เพื่อพิสูจน์ความเป็นไปได้ของไอเดียนั้น Lean Startup จะทำอย่างเป็นระบบโดยใช้ Build-Measure-Learn Feedback Loop ซึ่งแต่ละขั้นตอนมีรายละเอียดดังนี้

สร้าง (Build)
เมื่อมีไอเดียแล้วให้ลงมือสร้างให้เร็วที่สุด แต่การสร้างในที่นี้ไม่จำเป็นว่าผลิตภัณฑ์หรือบริการของเราจะต้องมีฟีเจอร์ครบถ้วนสมบูรณ์ก่อนจึงค่อยปล่อยสู่สาธารณะ อาจจะเริ่มจากการทำผลิตภัณฑ์ต้นแบบ (Prototype) หรือขอเพียงแค่ฟีเจอร์หลักที่จำเป็นจริงๆเสร็จก็ถือว่าใช้ได้ สำคัญคือไม่ควรใช้เวลาในการสร้างมากเกินไป ทำเสร็จให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะเราต้องการนำเสนอสู่สาธารณะเพื่อเก็บข้อมูลและความคิดเห็นของผู้ใช้ให้เร็วที่สุด สร้างเพื่อเรียนรู้

วัดผล (Measure)
หลังจากผลิตภัณฑ์หรือบริการที่สร้างเอาไว้ในขั้นแรกถูกปล่อยสู่สาธารณะเรียบร้อย สิ่งที่ต้องทำในลำดับต่อมาคือการวัดผล โดยมีการกำหนดตัวชี้วัดต่างๆขึ้นมาและคอยดูว่าตัวเลขเหล่านั้นเป็นไปตามที่คาดคิดหรือไม่ นอกจากนี้ความคิดเห็นของผู้ใช้ก็เป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ให้พยายามพูดคุยและรวบรวมข้อมูลเหล่านี้ให้มากที่สุด

เรียนรู้ (Learn)
นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์และสรุปเพื่อที่จะใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาหรือปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการต่อไป

กระบวนการเหล่านี้ต้องทำต่อเนื่องไปเรื่อยๆ (Loop) เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ไปในทิศทางที่ให้คุณค่าผู้คนได้มากขึ้น อีกทั้งยังทำให้ผลิตภัณฑ์สมบูรณ์ขึ้นและเหมาะสมกับความต้องการของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา

 

ตัวอย่างธุรกิจที่ใช้หลักการของ Lean Startup 

ปัจจุบัน Lean Startup ถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายในวงการสตาร์ทอัพทั่วโลกและทำให้ผู้ประกอบการทั้งหลายมองเห็นทิศทางการพัฒนาของตัวเองที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ตัวอย่างบริษัทที่รู้จักกันดีและมีแนวทางในการเริ่มต้นสอดคล้องกับ Lean Startup เช่น

Drop Box บริการพื้นที่เก็บไฟล์อันแสนโด่งดังเริ่มต้นจากการทำวิดีโอจำลองหน้าตาและอธิบายการใช้งานของบริการขึ้นมาและนำไปเผยแพร่ในกลุ่มผู้ชื่นชอบเทคโนโลยีเพื่อเก็บข้อมูลความคิดเห็น ผลลัพธ์คือมีผู้ลงทะเบียนแสดงความสนใจอย่างล้นหลาม ทำให้ผู้ก่อตั้งเห็นชัดเจนว่าบริการของเขามีผู้ใช้แน่นอนโดยไม่จำเป็นต้องลงมือสร้างตัวผลิตภัณฑ์จริงเลย

Zappos ธุรกิจร้านขายรองเท้าออนไลน์ยักษ์ใหญ่ มีจุดเริ่มต้นจากการทดสอบไอเดียโดยการไปถ่ายรูปรองเท้าตามร้านต่างๆและนำมาโพสต์ขายผ่านช่องทางออนไลน์ เมื่อมีคนสั่งจึงค่อยไปซื้อของมาจากร้านเพื่อส่งให้ผู้สั่ง

Groupon ผู้บุกเบิกธุรกิจเว็บดีล เริ่มต้นทดสอบไอเดียจากการสร้างระบบง่ายๆด้วย WordPress และส่งคูปองส่วนลดให้กับลูกค้าเป็นไฟล์ PDF ผ่าน Mail.app